เรื่องตำนานสุดเฮี้ยน มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

เรื่องตำนานสุดเฮี้ยน ของ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

เรื่องตำนานสุดเฮี้ยน มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่เป็นสถานศึกษามีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน มีอายุมากกว่า 100 ปี เริ่มแรกนั้นในปี 2439 ได้ก่อตั้งเป็นโรงเรียนราชวิทยาลัย จากนั้นได้พัฒนามาเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสมเด็จเจ้าพระยา ปัจจุบันได้กลายมาเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยเรื่องลึกลับ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ มีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

1.อาคารวิเศษศุภวัฒน์ อาคารดนตรีไทย

อาคารวิเศษศุภวัฒน์ เป็นอาคารดนตรีไทย ที่มีเศียรบรมครูมากมายหลายชนิด มีเครื่องดนตรีไทยหลากหลายชนิด ระนาดเอก กลอง ขลุ่ย ปี่ ฆ้อง สมัยก่อนนั้นเป็นหอพักชาย ได้มีนักศึกษาได้โดดออกไปเที่ยวด้านนอกหลายครั้ง แต่มีครั้งหนึ่งที่นักศึกษาได้พบ เจ้าพ่อท้านช่วง บุนนาค ยืนถือดาบขวาง ใส่ชุดสีขาวกั้นไม่ให้ออกไปไหน พร้อมทำหน้าขึงขังน่ากลัวมาก กลุ่มนักศึกษาจึงได้ไปขอขมากับเจ้าพ่อ ทำให้ไม่มีใครกล้าโดดออกไปเที่ยวอีกเลย

นอกจากนั้น ภารโรง ที่พักอยู่บริเวณตึกนั้น ได้บอกว่ากลางคืนมักจะได้ยินเสียงระนาด ไม่ก็ดนตรีไทยเต็มวงแทบทุกคืน และบางครั้งก็เห็นผู้ชายรูปร่างใหญ่กำยำ เดินผ่านไปผ่านมาในห้องปฎิบัติ แต่พอเดินออกมาดูก็มีแค่ กุญแจที่คล้องอยู่หน้าประตูไม่ได้มีการเปิดแต่อย่างใด บางครั้งไฟก็ดับและมีเสียงดนตรีออกมาเป็นระยะๆ

2.ห้องโถง อาคารวิเศษศุภวัฒน์

ได้มีนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์ ที่ต้องออกไปแสดงงานด้านนอก จำเป็นต้องซ้อมเพื่อก่อนแสดงจริง ระหว่างนั้นมีเพื่อนไปเข้าห้องน้ำ หลังจากทำธุระเสร็จแล้วเดินผ่านห้องโถงที่มีเครื่องดนตรีไทย ที่เรียกว่าเครื่องมอญ ที่ประกอบไปด้วย ฆ้องมอญ 4 วง ระนาดเอก ระนาดทุ้ม เปิงมางคอก ตะโพน ซึ่งมีอายุตั้งแต่รัชกาลที่ 5 โดยจังหวะที่เดินกลับจากห้องน้ำนั้น สายตาได้เข้าไปมองเข้าไปในห้องโถง พบเจอชายผิวเข้ม ใส่เสื้อขาว นุ่งโจงกระเบนขาว นั่งมองหน้า จึงได้รีบวิ่งออกมา หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์เดียวกันอีกหลายรอบ จนกระทั้งอาจารย์ที่ซื้อเครื่องมอญชึดนั้นได้มาเล่าให้ฟังว่า เจ้าของเครื่องดนตรีนั้นได้เสียชีวิตแล้ว จึงนำเครื่องดนตรีนี้มาขาย ซึ่งเจ้าของนั้นหวงเครื่องดนตรีชุดนี้มาก

โดยเครื่องดนตรีชุดนี้ได้มีผู้หญิงได้เข้าไปเล่นเครื่องดนตรีแล้วเล่นแรงมาก หลังจากเสร็จงานผู้หญิงคนนั้นได้กลับบ้าน ระหว่างที่นอนพักอยู่ก็รู้สึกอึดอัดตัวเองเลยลืมตาขึ้นได้พบว่ามีผู้ชายผิวเข้ม ใส่เสื้อขาว นุ่งโจงกระเบนสีแดงมาเหยียบหน้าอกพร้อมชี้หน้า เช้าวันรุ่งขึ้นจึงทำการจุดธูปขอขมากลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีภารโรงพบเห็นเจ้าพ่อ บริเวณศาลด้านหน้าอาคาร บางคนก็ได้ยินเสียง และเป็นเงา

3.ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์

เมื่อราวๆ 10 ปีก่อน ได้มีนักศึกษาหญิงถูกข่มขืนและฆ่าตาย ณ ชั้นที่ 15 ของตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนั้นไม่มีใครกล้าที่จะขึ้นไปชั้นนั้นเพียงคนเดียว เพราะบางคืนได้มีเสียงร้องไห้ของผู้หญิง หรือ เข้าห้องน้ำแล้วมองที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าพอเปิดประตูออกไปกลับไม่มีใครยืนอยู่