ตำนานดาบแดง ในเรื่องเล่าขานของขุนพันธ์ ที่แฝงไปด้วยมนต์และอาคมมากมาย

ตำนานดาบแดง

เปิด ตำนานดาบแดง อาวุธคู่กายของมือปราบจอมขมังเวทย์ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตีขึ้นจากเหล็กน้ำพี้ เชื่อว่าเป็นดาบตกทอดมาจาก “พระยาพิชัยดาบหัก”

ตำนานที่เป็นเรื่องจริงอย่าง “ขุนพันธรักษ์ราชเดช” มือปราบจอมขมังเวทย์ ไม่ว่าจะเป็นคาถาอาคมที่เขาว่ากันว่ายุคสมัยก่อน ท่านต้องต่อสู้กับโจร และเสือร้ายโดยมีคาถาอาคมที่ใช้ในการปราบศัตรู ยิงไม่ออก ยิงไม่เข้า อยู่ยงคงกระพัน มันจริงหรือไม่ และเป็นที่น่าสนใจอีกอย่าง เขาว่ากันว่า “ขุนพันธ์” ยังมีอาวุธคู่กายอีกหนึ่งสิ่งที่ใช้ในการออกปราบโจรร้ายด้วย นั่นก็คือ “ดาบแดง”

ตำนานดาบแดง

หรือดาบที่ตกทอดจากรุ่นของ “พระยาพิชัยดาบหัก” ของแท้ของจริงมีให้เห็น แต่ใครจะรู้บ้างว่า ตำนานดาบแดง นั้นมีมาอย่างไร ที่มาของการเรียก ดาบเหล็กน้ำพี้นี้ว่าดาบแดง มาจากการที่ท่านขุนพันธ์เห็นว่าดาบเหล็กน้ำพี้ เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ จึงนำผ้าแดง มาเย็บเป็นถุง หรือซองผ้า สวมทับดาบ ไว้อีกชั้น หากไม่จำเป็นท่านก็จะไม่นำดาบออกมาจากซองผ้าสีแดง อีกทั้งเป็นการป้องกันสิ่งสกปรก ที่ไม่ควรให้เกิดแก่ดาบอาคม

สำหรับผ้าสีแดงนั้น มีผู้รู้ได้อธิบายไว้ว่า หากเราต้องการเพิ่มความเข้มขลัง ให้กับเครื่องรางของขลัง ตามตำรา ในอาถรรพ์เวทย์ ของอินเดียโบราณจะใช้ผ้าสีแดงเป็นหลัก อาจจะใช้สีขาวบ้าง สุดแท้แต่ว่าเครื่องราง ของขลังนั้นจะเป็นอะไร เราจะเห็นว่า แม้แต่ผ้ายันต์ หรือเสื้อยันต์ก็นิยม ใช้ผ้าสีแดง สำหรับผ้าสีเหลือง ที่นิยมนำมาใช้ในตอนหลังนั้น น่าจะมาจาก ความเชื่อตามคตินิยม ของชาวพุทธที่ว่าสีเหลืองเป็นสีของธงชัยพระอรหันต์

ตำนานดาบแดง

สำหรับดาบแดงนั้น  เป็นดาบคู่ หรือดาบเดี่ยว มีบุคคลยืนยันว่าดาบแดงเล่มนี้ เป็นดาบเหล็กน้ำพี้จริง แต่เป็นดาบเดี่ยว หรือดาบเล่มเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ดาบคู่ อย่างที่เข้าใจกัน ดาบเหล็กน้ำพี้ของแท้นั้นจะไม่เป็นสนิมง่ายและถ้าจะให้ดี ต้องใช้ดาบสะกิด ดื่มเลือดผู้ที่เป็นเจ้าของก่อนเป็นเคล็ดที่ทำให้ดาบ มีความเข้มขลัง เมื่อออกศึกมามากเท่าใด ก็จะทำให้สีของดาบ มีสีเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น เป็นสีเขียวคล้ำ คมวาว เป็นสีน้ำตาลอมดำฝังแน่น บางทีเรียกว่าสีปีกแมลงทับ

ผู้ใดที่จับดาบน้ำพี้แล้ว จะฮึกเหิม อยากจะใช้งาน หรือออกศึกเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากแม้แต่ นักรบของอยุธยาก็ยังใฝ่หาดาบที่สร้างจากเหล็กน้ำพี้ เพราะไม่เพียงใช้เป็นอาวุธ ยังสามารถ ใช้เป็นเครื่องรางได้ด้วย หากเวลา มีภัย มาถึงตัว ดาบจะสั่น หรือบางทีขยับ เลื่อนออกจากฝัก บอกให้เจ้าของรู้ตัว การตีดาบ ต้องกระทำกลางแจ้ง และเนื่องจากอณูมวลสาร ของดาบเหล็กน้ำพี้โดยธรรมชาติ จะขยับหนี หรือแยกตัวออกในขณะที่โดนความร้อน ดังนั้นผู้ตีดาบจึงต้องมีคาถาอาคมกำกับ มิฉะนั้นจะตีดาบ ทำดาบไม่สำเร็จ

ตำนานดาบแดง

สำหรับผู้ปลุกเสกดาบลงอาคมให้ท่านขุนพันธ์ ในสมัยที่อยู่ที่จังหวัดพิจิตร หลวงตาแวว ลูกศิษย์ก้นกุฎิของ หลวงปู่ศุข ท่านเป็นผู้ปลุกเสกเครื่องรางของขลังต่างๆ ให้แด่ท่านขุนพันธ์ แต่คุณฉันทิพย์ ลูกชายของท่านขุนพันธ์ ได้เล่าไว้ว่า สมัยที่ท่านขุนพันธ์ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านเล่าไว้ว่า ท่านผู้ที่ปลุกเสกดาบให้ท่านขุนพันธ์ คือ พระสงฆ์รูปหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้อง

ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นดาบของพระยาพิชัยนี้ ก็จะได้ผ่านการปลุกเสกมาถึงสองครั้ง จากสองเกจิอาจารย์ ผู้เป็นลูกศิษย์ ของหลวงปู่ศุขดังที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่การปลุกเสกของหลวงปู่ศุขเองแน่นอน เพราะท่านได้มรณะภาพไปก่อนนานแล้ว

ส่วนเรื่องที่ท่านขุนพันธ์ เกี่ยวกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ ไว้อย่างชัดเจนว่าปาฎิหารย์มีจริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เรื่องล่องหนหายตัวเป็นเรื่องที่มีผู้ที่กระทำได้จริง ซึ่งคำพูดของท่านขุนพันธ์อาจทำให้ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งตำรวจสมัยใหม่หลายๆคนเกิดความสับสน ไม่แน่ใจ แต่ทุกครั้ง ที่มีคนถามเรื่องนี้ ท่านขุนพันธ์ ก็จะยืนยันทุกครั้ง ว่าไสยศาสตร์มีจริง หมื่นเปอร์เซ็นต์ 

เช่นเดียวกับการเรียกวิญญาณคนตาย หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่าวิชาหมอผีก็เป็นเรื่องจริงที่ท่านขุนพันธ์ได้ใช้ วิชานี้ในการจับโจรมาหลายต่อหลายครั้ง จนถึงขนาดว่ามีลูกน้องใต้บังคับบัญชาพากันเรียกและขนานนามท่านว่า ขุนพันธ์ หมอผี ท่านขุนพันธ์จึงเป็นจึงเป็นนักไสยศาสตร์ครบเครื่องเพราะไม่เพียงแต่จะอยู่ยงคงกระพัน หนังเหนียว กระดูกดี แต่ท่านยังรอบรู้วิชาโหราศาสตร์และไสยศาสตร์แบบอื่นๆอีกด้วย 

หากต้องการดูเรื่องลี้ลับเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่นี่เลย >> HUAY-LEKDED.COM