ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน เรื่องราวที่ไม่ได้สดใสเหมือนฟ้าหลังฝน

ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน

ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า เทะรุ เทะรุ โบสุ มันมีความหมายว่า หัวล้านแดดออก เป็นตุ๊กตาสีขาวตัวเล็กๆ ทำจากผ้าสีขาว หัวกลมโต มีการวาดลายตรงส่วนหัวเล็กน้อย นิยมแขวนไว้นอกหน้าต่างหรือหน้าประตูบ้าน เด็กๆญี่ปุ่นนิยมแขวนไว้ในวันก่อนที่จะมีวันสำคัญๆ

เช่น วันออกทัศนศึกษา วันงานกีฬาสี ฯลฯ แล้วถ้าวันต่อมาฝนเกิดไม่ตกนั้นจะต้องแขวนกระดิ่งหรือเทสาเกให้กับตุ๊กตาไล่ฝน เพื่อเป็นการขอบคุณด้วย แต่ถ้าเกิดอยากให้ฝนตกล่ะก็ ให้แขวนตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัวจะช่วยได้เหมือนกัน วิธีนี้ส่วนมากชาวนาญี่ปุ่นจะทำกันเพื่อให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล

ต้องอธิบายก่อนว่าที่ญี่ปุ่นนั้นเวลาฝนตกจะแตกต่างจากที่ไทย บ้านเขาเวลาตกทีจะมาเรื่อยๆ ตกแบบปรอยๆทั้งวันเป็นระยะเวลานาน ไม่ใช่แค่มาแรงๆครั้งเดียวแล้วหยุดเหมือนในไทยของเรา บางทีตกต่อกันยาวๆสามสี่วันก็มี บอกเลยว่าไม่ต้องซักผ้ากันเลยช่วงนั้น

นอกเหนือจากคนทั่วไปแล้ว ตามวัดหรือศาลเจ้าก็นิยมแขวนตุ๊กตาไล่ฝนก่อนวันที่จะมีพิธีกรรมสำคัญๆเช่นกัน เพื่อที่จะได้ทำพิธีหรือกิจกรรมอะไรต่างๆอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังพกติดตัวเป็นเครื่องรางได้ด้วย ด้วยความเชื่อว่ามันจะนำความสดใส ปลอดโปร่งมาให้เจ้าของ

หากว่ามองข้ามความน่ารักของเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ไปแล้ว ดูอีกมุมมองนึงก็จะมีความคล้ายการแขวนคออยู่เหมือนกัน ซึ่งมีอีกหนึ่งตำนานของมันมีความน่ากลัวอย่างนั้นจริงๆ เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ญี่ปุ่นในสมัยโบราณนั้นมีพระสงฆ์อยู่รูปหนึ่ง เป็นที่รู้จักว่าท่านสามารถทำพิธีปัดเป่าบันดาลให้ฝนหยุดตกได้

ขุนนางจึงนิมนต์ท่านมาทำพิธีหยุดฝนให้ แต่ปรากฏว่าท่านไม่สามารถทำได้ ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง จึงถูกลงโทษด้วยการถูกตัดคอ และนำผ้าสีขาวไปห่อศีรษะแล้วเอาไปแขวนไว้ แต่บางตำนานก็ว่าไม่ได้ตัดคอ แต่แค่จับพระห่อผ้าสีขาวแล้วแขวนคอเลย

แต่ปรากฎว่าวันต่อมานั้นคือท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นมาในทันที จากนั้นชาวบ้านเลยเชื่อกันว่า ถ้าทำตุ๊กตาไล่ฝนหัวกลมเหมือนดั่งพระภิกษุ แล้วนำไปแขวนไว้ จะทำให้ฟ้าของวันรุ่งขึ้นนั้นสดใสปลอดโปร่ง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในความเชื่อที่ส่งต่อมาจนถึงในยุคปัจจุบัน

ตำนานเรื่องนี้พ้องกันกับเพลงกล่อมเด็กโบราณของญี่ปุ่นครับ ชื่อเพลง เทะรุ เทะรุ โบสุ นี่แหละ ซึ่งเนื้อหาที่แปลออกมาก็จะได้ประมาณว่า เจ้าตุ๊กตาไล่ฝนเอ๋ย ช่วยทำให้วันพรุ่งนี้มีอากาศแจ่มใสที ถ้าทำได้ฉันจะให้กระดิ่งทอง ถ้าทำได้ก็มาจิบสาเกหวานกัน

หากต้องการดูเรื่องลี้ลับเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่นี่เลย >> HUAY-LEKDED.COM